มีคนเปรียบเทียบลักษณะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ประเภทหนึ่งว่า “พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์”

“การเลี้ยงดูแบบแทรกแซงตรวจสอบมากเกินไป เปรียบเหมือนกับเฮลิคอปเตอร์ คอยบินวนเพื่อสังเกตการณ์และตรวจสอบ มักเกิดในครอบครัวยุคปัจจุบันที่พ่อแม่มีความวิตกกังวลเป็นพื้นฐาน มีสไตล์การดูแลแบบปกป้องเป็นห่วงในทุก ๆ เรื่อง หรือมีบุคลิกที่ชอบควบคุมดูแลเรื่องต่าง ๆ”

พ่อแม่ยุคปัจจุบันมีลูกไม่มากจึงพยายามเลี้ยงลูกให้ดีเท่าที่จะสามารถทำได้ ให้ความรักอย่างเต็มที่ ปกป้องดูแลใกล้ชิด มีคนให้เหตุผลน่าสนใจว่า อาจเป็นเพราะพ่อแม่ปัจจุบันเกิดในรุ่นเจเนอเรชั่นเอ็กซ์หรือวาย (ช่วงปีพ.ศ. 2508-2540) ซึ่งคนรุ่นนี้จะมีพ่อแม่เกิดรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (ช่วงปีพ.ศ.2489-2507) พ่อแม่รุ่นนี้จะมีลักษณะพื้นฐานคือ ตั้งใจทำงาน เอาจริงเอาจัง ขยันอดทน ประหยัด และทุ่มเทชีวิตทำงานหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็จะขาดเวลาในการดูแลใกล้ชิดลูก เด็กที่กลายมาเป็นพ่อแม่ยุคปัจจุบัน จึงมักรู้สึกว่าตัวเองขาดความรักความใกล้ชิดในวัยเด็ก เมื่อมีลูกจึงพยายามชดเชยสิ่งที่ขาดไปยามเป็นเด็ก ด้วยการให้ความรักความอบอุ่นกับลูกของตัวเองอย่างเต็มที่

 

แต่บางทีก็ไม่สามารถกำหนดว่าระดับไหนจึงจะพอเหมาะพอดี จึงเลี้ยงดูลูกแบบแทรกแซงตรวจสอบมากเกินไป การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ มักเกิดในครอบครัวยุคปัจจุบันที่พ่อแม่มีความวิตกกังวลเป็นพื้นฐาน ปกป้องเป็นห่วงในทุก ๆ เรื่อง หรือมีบุคลิกที่ชอบควบคุมดูแลเรื่องต่าง ๆ

พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์จะมีลักษณะการเลี้ยงดูที่จะคิด ทำ ตัดสินใจ แทนเด็กในทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องที่เด็กควรจะรับผิดชอบเองได้ เหตุผลก็เพราะเป็นห่วง กลัวว่าถ้าปล่อยให้เด็กทำหรือคิดเองจะไม่ดีเท่าพ่อแม่ทำให้ ลึก ๆ ก็เหมือนไม่ไว้วางใจในความสามารถของเด็ก ไม่คำนึงในเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ไม่สามารถทำใจยอมรับในตัวเด็กได้

ยกตัวอย่าง วัยรุ่นคนหนึ่งที่หมอเคยเจอ ผู้ปกครองคอยตรวจสอบและคิดให้ลูกตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งเรื่องเล็ก ๆ เช่น ควรใส่ชุดสีอะไรเวลาออกจากบ้าน ควรจะต้องรับประทานอะไรจึงจะมีประโยชน์ บำรุงสมอง อาหารอะไรที่ไม่ควรรับประทาน เมื่อเด็กเข้าโรงเรียน ก็เริ่มมาดูแลตัดสินใจ เรื่องเรียน และวางแผนการทำงานในอนาคตให้ทุกขั้นตอน โดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจและรับฟังเด็กเท่าที่ควร

เมื่อเป็นวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่จะต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจเอง แต่ด้วยความเคยชินกับการที่มีพ่อแม่คิดแทนมาตลอด ทำให้เด็กมีลักษณะเก็บกด ไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะไม่เคยที่จะได้บอกว่าตัวเองต้องการอะไรจริง ๆ เมื่อถามว่ามีความเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร ก็จะบอกว่าคิดไม่ออก ไม่รู้ แต่ลึก ๆ รู้สึกอึดอัดและไม่มั่นใจ เด็กเริ่มมีภาวะปัญหาอารมณ์ นอนไม่หลับ เครียด และเริ่มไม่อยากเรียนต่อ พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจว่าการที่ดูแลลูกอย่างดีและใกล้ชิดมาตลอด เพราะเหตุใดลูกจึงไม่มีความสุข

การแทรกแซงตรวจสอบมากเกินไป อาจจะทำให้เด็กกลายเป็นคนที่คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น ไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องพึ่งพาพ่อแม่ตลอด พ่อแม่มักบอกว่าเด็กเป็นคนเชื่อฟัง หัวอ่อน ให้ทำอะไรก็ทำหมด ไม่มีปากมีเสียง แต่จริง ๆ มักมีความขัดแย้งลึก ๆ ที่เด็กไม่กล้าพูด ขาดอิสระทางความคิด หลาย ๆ คนหากเก็บกดมาก ๆ อาจจะระเบิดออกมาเป็นปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ บางคนเมื่อเข้าวัยรุ่นคบเพื่อนแล้วรู้สึกว่ามีคนที่รับฟังยอมรับตัวเองมากกว่าพ่อแม่ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกชักจูงไปมีพฤติกรรมที่ไม่ดีได้

พ่อแม่ควรวางอุเบกขาในเรื่องการปกป้องดูแลลูก พยายามรับฟังและเปิดโอกาสให้ลูกคิดหรือทำในสิ่งที่ลูกสามารถรับผิดชอบด้วยตัวเองได้ตามความเหมาะสม เพราะในที่สุดแล้วเด็กก็จะต้องพึ่งพาตัวเอง พ่อแม่ไม่สามารถที่จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ของลูกได้ตลอดไป

เรียบเรียงจากคอลัมน์ Dotor’s note โดยหมอมินบานเย็น

นิตยสาร Mother&Care