ยุคสมัยปัจจุบันนี้ พ่อแม่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีโทรศัพท์มือถือก็ทำให้สะดวกสบาย ติดต่อได้ง่าย อยากรู้ว่าลูกอยู่ไหนก็โทรศัพท์หา หรืออาจจะส่งไลน์ถาม หมอคิดว่าการที่พ่อแม่หลาย ๆ คนให้โทรศัพท์ลูกใช้ก็เพราะเหตุผลนี้แต่นอกจากข้อดีก็ต้องมีข้อควรระวัง
 
มีพ่อแม่หลายคนถามหมอว่า แล้วเมื่อไหร่จะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกดี รอถึงกี่ขวบตรงนี้ไม่มีตัวเลขตายตัว
 
แนะนำว่าควรรอจนเด็กมีความรับผิดชอบที่จะดูแลของ ๆ ตัวเองได้ ไม่ใช่ทำของหายบ่อย ๆ และเด็กสามารถพูดคุยเข้าใจกติกาในการใช้โทรศัพท์มือถือกับพ่อแม่ได้ ตามจริงแล้วถ้าพิจารณาโดยส่วนใหญ่ ก็น่าจะเป็นช่วงเข้าชั้นมัธยมเป็นต้นไป
 
โดยทั่วไปในเด็กเล็กนั้น ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทยจะมีข้อแนะนำว่า ไม่ควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 3 ปีใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับจอทุกชนิด เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ ทีวี ดังนั้นก็เช่นเดียวกัน กับเรื่องโทรศัพท์มือถือ เด็กเล็กอายุน้อยกว่าสามขวบ ไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์มือถือ (ซึ่งหมอรู้สึกว่ายากมาก เพราะผู้ใหญ่มักอดไม่ได้ที่จะเปิดอะไรสนุก ๆ น่ารัก ๆ ให้เด็กดูจากโทรศัพท์
 
บางทีก็บอกว่าอยากให้เด็กนิ่ง จะป้อนข้าวเด็กต้องเปิดให้เด็กนั่งอยู่เฉยๆ จะป้อนข้าวเด็กเลยต้องเปิดคลิปในยูทูปให้ดู ซึ่งอันนี้เจอบ่อยมาก ๆ เข้าใจว่าผู้ใหญ่ห่วงเด็กไม่กินข้าวมากกว่าผลเสียจากการดูอะไร ๆ ในจอทีวี/มือถือ/แท็บเล็ต แต่ในเด็กเล็ก การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น พูดช้า สมาธิสั้น ไม่แข็งแรงเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย ได้แต่เล่นโทรศัพท์
 
“การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่างๆ เช่น พูดช้า สมาธิสั้น ไม่แข็งแรงเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย ได้แต่เล่นโทรศัพท์”
 
ส่วนเด็กที่โตขึ้นถ้าใช้โทรศัพท์มือถือนาน ๆ พบบ่อย ๆ ที่มาหาหมอด้วยเรื่องปัญหาการนอน นอนไม่เป็นเวลา เพราะมัวแต่เล่นมือถือ แชท ซึ่งการนอนในเด็กก็สำคัญเพราะเด็กที่นอนไม่พอจะมีปัญหาการหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวกับการเติบโตของเด็ก เด็กมักไม่ได้ออกกำลังกาย มัวแต่นั่งหรือนอนเล่นมือถือ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ขาดการพัฒนาตามวัย
 
นอกจากนั้นโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนจะมีอินเตอร์เน็ต ซึ่งเด็กอาจเข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสม บางทีเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ ติดเกมจนไม่ยอมทำการบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ
 
สิ่งที่สำคัญก็คือ พ่อแม่ต้องตั้งกฎกติกากับเด็กให้ชัดเจนก่อนที่จะให้โทรศัพท์มือถือ
 
อย่างแรก คือ บอกลูกให้ชัดเจนถึงหน้าที่โทรศัพท์มือถือ คือการใช้ติดต่อสื่อสาร เลือกให้โทรศัพท์ที่ไม่มีฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น อินเตอร์เน็ต ถ่ายรูป เพราะหากมีฟังก์ชั่น เหล่านี้ สิ่งต่างๆ เช่น โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เกม-ออนไลน์จะตามมา การเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ที่ พ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้
 
สอง ควรมีเวลาที่ต้องกำหนดว่า ต้องงดใช้โทรศัพท์มือถือ เช่น ระหว่างกินข้าว หลัง สี่ทุ่มต้องปิดเครื่อง ที่สำคัญพ่อแม่ต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่างด้วย
 
สาม ควรจำกัดค่าโทรศัพท์ของลูก หากค่าโทรศัพท์เกินวงเงิน ควรให้เด็กเป็นคนรับผิดชอบตรงนั้น เขาจะได้เรียนรู้ที่จะควบคุมค่าใช้จ่าย
 
สี่ ควรบอกลูกแต่เนิ่น ๆ ว่าพ่อแม่มีสิทธิ์ ที่จะขอดูโทรศัพท์มือถือของลูกในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เพราะบางครั้งอันตรายหลายๆ อย่างก็เกิดขึ้นจากการติดต่อทางโทรศัพท์ แต่เราจะบอกลูกก่อน ตรงนี้เพราะความเป็นห่วง
 
สุดท้าย พ่อแม่แนะนำมารยาทในการใช้โทรศัพท์มือถือ เช่น การปิดโทรศัพท์ในที่ประชุม โรงหนัง วัด โบสถ์ เวลาไปพบแพทย์ ตรงนี้ถ้าพ่อแม่ไม่สอน เด็กก็จะไม่ได้เรียนรู้มารยาทสังคมที่เหมาะสม กลายเป็นผู้ใหญ่ ที่ไม่มีกาลเทศะได้
 
สำคัญมากที่เด็กต้องรับทราบและ ยอมรับกฎเหล่านี้ ก่อนที่เด็ก ๆ จะได้โทรศัพท์มือถือ
 
 
 
บทความโดย หมอมินบานเย็น
 
คอลัมน์ Doctor’s note นิตยสาร Mother&Care