ไม่กี่เดือนก่อน หมอได้ดูละครเรื่องหนึ่ง ในละครเป็นฉากที่พ่อและลูกสาวกำลังพูดคุยกัน

“ห๊า! รถราคาสิบล้าน”

“ค่ะ ถูกมากนะคะ คุณพ่อซื้อให้พิมพ์นะคะ”

“แต่ว่า พ่อเพิ่งออกรถให้หนูใหม่ไม่ถึงสามเดือนนี้เองนะ

พ่อว่าอะไรที่ไม่จำเป็นอย่าเพิ่งซื้อเลย รถที่บ้านก็มีเยอะแยะ”

“โธ่ คุณพ่อ พิมพ์อยากได้คันใหม่ นะคุณพ่อ”

ด้วยความที่เป็นลูกสาวสุดที่รักยิ่งกว่าแก้วตา ในที่สุดพ่อก็ซื้อรถให้พิมพ์ แม้ว่าธุรกิจของพ่อจะมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก ส่วนพิมพ์ก็ไม่เคยรู้ปัญหาของพ่อมาก่อนเลย แม่ของพิมพ์เสียไปตั้งแต่เด็ก เธอมีแต่พ่อที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งเลี้ยงเธออย่างเอาใจและตามใจทุกอย่าง

เพราะพ่อมีฐานะร่ำรวย พิมพ์อยากได้อะไรพ่อก็ไม่เคยขัดใจ ทำให้เธอโตมาอย่างเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ประมาณโลกต้องหมุนรอบตัว วีนเหวี่ยงไปทุกเรื่องที่ไม่ตรงตามใจเธอ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกหรือเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาพ่อเป็นที่พึ่งพาและเป็นทุกอย่างของพิมพ์ ทำให้พิมพ์ไม่เคยทุกข์ร้อนหรือผิดหวังจากเรื่องใดๆ เพราะมีพ่อคอยช่วยเหลืออุ้มชูเสมอมา จนวันหนึ่งที่พ่อจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับทิ้งหนี้สินไว้กับธุรกิจล้มละลาย ชีวิตของพิมพ์ จากที่เป็นเหมือนกับหงส์ที่เฉิดฉาย ก็กลายเป็นดั่งหงส์ปีกหัก

มีคำพูดหนึ่งของพ่อที่พูดไว้ก่อนที่จะจากไป “พิมพ์ ชีวิตของคนเรามันไม่แน่นอน พ่ออยากให้ลูกจำไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อไม่มีเงินให้ลูกใช้เหมือนทุกวันนี้ แต่พ่อก็ยังรักลูกที่สุด”

แต่การที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตมาเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ ความรักของพ่อแม่อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คงจะต้องมีทักษะชีวิตอื่นๆ ที่พ่อแม่ต้องปลูกฝังให้เด็กคนหนึ่งเรียนรู้ เพราะในชีวิตจริง ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ เวลาที่เป็นเด็กเล็กๆ สิ่งที่เด็กๆ อยากได้อาจจะเป็นของเล่น พอโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นอาจอยากได้เสื้อผ้าใหม่ๆ รองเท้าสวยๆ หรืออย่างพิมพ์ที่อยากได้รถราคาแพง สิ่งของเหล่านี้ เงินซื้อมาได้ ถ้าหากมีเงินพอก็คงไม่ยากที่จะทำตามความต้องการ

แต่ในชีวิตเราของบางอย่างที่ปรารถนา เงินอาจซื้อหามาไม่ได้ เช่น เพื่อนที่จริงใจ ความรักที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยความจริงใจ การเอาใจใส่ เห็นใจคนรอบข้าง ความเข้าใจคนอื่น ซึ่งต้องผ่านการปลูกฝังให้เขาเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนรอบข้าง ถ้าพ่อแม่ตามใจ เอาใจเกินไป เด็กจะโตมาเป็นคนที่เอาแต่ใจ เห็น ตัวเองเป็นศูนย์กลาง เข้ากับคนอื่นยาก มีปัญหาสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรตามใจลูกเกินไป ฝึกให้รอคอยเป็นและรู้จักควบคุมความต้องการตัวเอง มีความเห็นใจคนอื่น

อีกเรื่องที่จำเป็นคือ คุณสมบัติในการพึ่งพาและช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อเขาโตขึ้นต้องเผชิญกับการเรียนและการทำงานที่มีอุปสรรค ถ้าจะฝ่าฟันไปต้องมีความพยายามและมีทักษะในการจัดการกับปัญหา

เพราะฉะนั้น การฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง เผชิญหน้ากับปัญหาและความผิดหวังบ้าง ให้เด็กได้มีโอกาสขวนขวายและใช้ความพยายามด้วยตัวเองในเรื่องที่ไม่ยากเกินไป น่าจะเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีสำหรับชีวิตต่อไปข้างหน้า ในเวลาหนึ่งที่ลูกต้องพึ่งพาตัวเอง เพราะหลายๆ เรื่อง ลูกต้องทำเอง พ่อแม่ไม่มีทางช่วยลูกได้ตลอดไป

ควรฝึกให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเองในวันนี้ ดีกว่าให้ลูกได้ทุกอย่างมาง่ายๆ และติดสบายจนไม่รู้ว่าความลำบากและความพยายามเป็นอย่างไร เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายลูกโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจ ชีวิตที่อยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่อาจจะโรยกลีบกุหลาบให้ลูกเดินไปบนทางเดินของลูกได้ แต่ในที่สุด ลูกก็ต้องออกไปต่อสู้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีพ่อแม่ ในทางเดินชีวิตจริงที่มีทั้งกลีบกุหลาบและขวากหนามเป็นบางช่วง คำถามที่ต้องตอบก็คือ ลูกๆ ของพ่อแม่ พร้อมหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อม หรือไม่แน่ใจ ก็ไม่เป็นไร ยังมีเวลา ในวันที่พ่อแม่ยังอยู่ข้างๆ ลูก อย่าลืมฝึกให้เขาได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง

ถึงแม้จะผิดพลาด ไม่สมหวังบ้าง อย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่เป็นกำลังใจ กำลังใจในวันนี้ ก็จะเป็นขุมพลังที่เติมเต็มความมั่นใจ ในวันที่เขาต้องเดินไปด้วยตัวเอง แม้ว่าจะไม่มีพ่อแม่อยู่ข้างๆ อีกต่อไปแล้ว

บทความโดย : หมอมินบานเย็น จากคอลัมน์ Dotor’s note นิตยสาร Mother&Care